@ the TiP oF My PeN - mY FiNGeR

อิสระแห่งความคิด

ฤดูที่แตกต่างเยือนมาถึง

ฝนซาลงไปมากแล้ว

บางวันอากาศแสนเย็นสบาย

สายลมหนาวแอบมาแวะเวียนทักทายแล้วหลบหน้าไป
ถ้าเป็นไปได้...อยากให้มันพาเอาความหนาวเย็นมาอยู่กับเรานานๆจัง

พรุ่งนี้เช้าไปปั่นจักรยานเล่นดีกว่า
หัดอยู่กับตัวเองมากขึ้นก็คงจะดี


ตอนนี้เรื่องบางเรื่องที่ค้างคาใจเราก็คงต้องรอการพูดคุย
รอจังหวะที่เหมาะสม (จริงๆรอมาจะเป็นเดือนแล้ว)

เพื่อนที่ดีของเราคนนึงที่อยากคุยด้วย กลับมาคิดมากกับอะไรบางอย่าง
รู้บ้างมั้ยว่าเพื่อนคนนี้ไม่สบายใจ
แล้วเมื่อไรจะหายจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมสักที


ก็นะ...คนเราคิดต่างกัน
บางทีก็ยากจะเข้าใจว่าลึกๆคิดยังไง

แต่ตอนนี้...

จะเชื่อมั่นในความรู้สึกตัวเอง
เชื่อมั่นในมิตรภาพและความจริงใจของตัวเอง
เชื่อในสิ่งที่ดีๆ
จะไม่ถอดใจเอาง่ายๆ
ไม่มีวันท้อแท้


มันคือ...ฤดูใหม่ของความคิด
แต่ความรู้สึกที่เคยมีก็ไม่ได้เปลี่ยนไป

บางที...ก็เบื่อกับความเป็นไปเกี่ยวกับตัวฉันในบางแง่มุม

บางอย่างไม่ได้ตั้งใจสร้างขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้น...กลับลบมันทิ้งไม่ได้

ชีวิตเดินสู่จุดหยุดนิ่ง ยังไงก็ไม่รู้

เวลาดีใจกับบางสิ่ง ถ้าดีใจมากไปก็กลัวว่าวันพรุ่งนี้จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เสียใจ
แต่เวลาเสียใจ...บางทีก็แค่คิดมากไป จนทำให้วันดีๆกลายเป็นวันหม่นๆเปล่าๆ
ก็เลยเริ่มเฉยๆ พยายามไม่รู้สึกอะไร
แต่การไม่คิดไม่รู้สึกอะไร ก็ทำให้ชีวิตมันเดิมๆ น่าเบื่อ...ยังไงก็ไม่รู้

สิ่งต่างๆหยุดนิ่งเงียบงันเกินไป...

หรือ...อาจเพราะเราไม่รู้จักพอใจกับสิ่งที่เป็นโดยไม่รู้ตัว
ยิ่งก้าวยิ่งเดินไป ก็ไม่รู้จักที่จะหยุดขอต่ออีกสักก้าว...
ด้วยหวังว่าจะเจออะไรที่สวยงามกว่าเดิม


แต่พอเดินต่อไป ก็มีบ้างที่สะดุดล้ม จนเจ็บตัว...เป็นแผลเล็กๆ
บางครั้งก็เหนื่อย...จนบอกกับตัวเองว่า 'หยุดเถอะ หยุดก่อนนะ'

แต่พอ 'หยุด' แล้วมันก็ไม่น่าตื่นเต้น ไม่สนุกเลย
แล้วทุกอย่างก็ดูเนื่องๆ เชื่องๆ เดิมๆ

แค่...ความรู้สึกความคิดตัวเองยังเข้าใจได้ยากเลย
บางทียังไม่รู้ความต้องการจริงๆของตัวเองเลย

บางทีก็เข้าใจผิดด้วยซ้ำว่าตัวเองต้องการอะไร...
น่าจะทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้ เป็นดีที่สุด

เวลาผ่านไปเร็วจัง

เทอมหนึ่งที่ผ่านมา มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ได้พบเพื่อนที่ดีๆ คอยห่วงใยคอยดูแลกันเสมอ
ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้น สั่งสมมากขึ้นทุกวันจนกลายเป็นความผูกพัน...
เป็นความผูกพันใช่มั้ย?
เราผูกพันกันมากแค่ไหน......ไม่รู้...

ถ้าวันหนึ่งเวลาผ่านพ้นไป จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน
ถ้าเราต่างเจอใครคนอื่นที่สำคัญ เราจะยังสำคัญต่อกันแบบนี้มั้ย? ...ไม่รู้...

แต่ว่าที่เป็นอยู่ ที่รู้สึกอยู่ก็คือ...

ไม่เคยเชื่อว่าจะได้รับสิ่งดีๆมากขนาดนี้
และก็ไม่อยากให้มันหายไป

บางครั้งอาจน้อยใจ อาจแอบคิดมากไปบ้าง
และอาจคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยว่าอะไรจะเปลี่ยนไปมั้ย...

บางครั้งก้อาจทำให้ต้องยุ่งยาก ต้องคอยลำบากเล็กๆน้อยๆ
หรืออาจคิดไปเองว่าทำให้ลำบาก ทำให้ต้องวุ่นวาย
ทั้งๆที่มันไม่มีอะไร

แต่เราก็เพื่อนกัน ช่วยเหลือกัน เป็นหน้าที่ของเพื่อนที่ดี

และ...จากทุกสิ่งทุกอย่าง...
วันนี้ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ ในมิตรภาพที่มี...ที่สุด

กับบางเรื่องราว...
ฉันคงต้องทบทวนใจตัวเองดูใหม่
ฉันคงต้องพยายามหาทาง...ทำให้ทุกสิ่งมันลงตัวที่สุด
ฉันคงต้องยอมรับบางอย่างที่ฝืนใจตัวเองไปสักนิด


แค่นิดเดียวเอง...ใช่มั้ย...
ไม่เป็นไรหรอกเนอะ

...ที่แต่ก่อนเคยเชื่อว่าพรหมลิขิตมีจริง...
เวลาเจอใครสักคน เคยมีความรู้สึกว่าเค้าคือคนเดียวและคนสุดท้ายที่เราจะรัก
เคยตั้งใจและเชื่อแบบนั้น

เมื่อเวลาผ่านมา...ผ่านวันเวลาที่ดูยาวนานพอสมควร

เราก็ได้พบว่าความเชื่อแบบนั้นมันไม่เป็นความจริง
สิ่งที่เคยคิดว่าสัมผัสได้ มีตัวตน เป็นความหวังสุดท้ายของชีวิต
สิ่งนั้นมันได้สูญสลายหายไปพร้อมกับคนๆนั้นที่หายไปจากชีวิตเรา

...มันก็เป็นแค่ความเชื่อได้เท่านั้นเองใช่มั้ย...?

แล้วทุกครั้งที่เริ่มต้นใหม่...ที่รู้สึกได้ว่าใครบางคนที่ได้พบเจอจะเป็นคนสุดท้าย
ก็ดูเหมือนว่า...มันเป็นแค่ความรู้สึกของเราในเวลานั้นๆ
ที่จริง...เราไม่อาจมั่นใจได้อีกเลยว่าคนๆนั้นจะเป็นคนที่ใช่

ดูเหมือนว่า...ที่จริงแล้วไม่มีอะไรเป็นเครื่องรับประกัน
ไม่มีอะไรให้หัวใจยอมเสี่ยงที่จะ "รัก" ได้อีก

ในเมื่อเวลาที่เรารักใครสักคน เรารู้สึกว่าเราสัมผัสได้ด้วยใจ สัมผัสได้ว่าเค้าพิเศษ
เค้าคือคนที่ฟ้าส่งมาให้เรา
แต่แล้วหลายครั้งหลายหนสำหรับใครหลายคน ก็มักลงเอยด้วยอะไรที่ไม่คาดคิด
อะไรที่บอกว่าเค้าไม่ใช่คนนั้นอีกต่อไป...
อะไรที่ทำให้เรารับไม่ได้อยู่พักหนึ่ง
ทิ่มแทงจิตใจ
แต่แล้วก็ต้องทำใจยอมรับในที่สุดว่า...เราไม่ได้เกิดมาคู่กัน


ฉะนั้น...ดูเหมือนว่า...หัวใจที่ใช้สัมผัส...
มันเป็นแค่ความเชื่อของเรา เป็นแค่อารมณ์ๆนึงเท่านั้น...สินะ
ที่จริง..เวลาผ่านไปเราก็เจอใครที่เข้ามาใหม่...

อาจจะจนกว่า...จะเจอคนที่ใช่จริงๆ
ดูจะยากเหลือเกิน สำหรับใครหลายคน
และสำหรับใครหลายคนก็ดูตรงข้าม ดูจะง่าย ดูว่าเค้าพบแล้ว...คนที่ใช่



เขียนเหมือนเราพบใครมาหลายคนแต่ที่จริง...ก็แค่นานๆพบที
แค่ไม่กี่คนที่ได้เจอ
แต่การที่ยึดหัวใจไว้กับคนๆนึงนานๆแล้วมาพบว่าเค้าไม่ใช่
พบว่าหัวใจที่แบ่งให้ไป กับช่วงเวลาอันยาวนานที่เสียไปกับคนไม่กี่คนก็คือความสูญเปล่า...
รู้สึกเชื่อในพรหมลิขิตน้อยลงอยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น
แต่...ก็ไม่เลิกอ่อนไหวในเรื่องนี้สักที

ยังคงรอที่จะสัมผัสความรักที่เป็นความจริง
ที่เป็นรักนั้นที่เคยเชื่อว่าได้เจอ...



ร อ ดู ต่ อ ไ ป

สองสามวันนี้ลองคิดทบทวนดูก็รู้สึกว่า...

การที่จะทำอะไรบางสิ่ง หรือรู้สึกอะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งที่ดูว่าดี เป็นความสุข
ต่อไปก็คงต้องคิด ต้องชั่งใจให้แน่ๆก่อนว่ากล้าพอรึเปล่าที่จะรับสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น
บางครั้งมันก็เป็นความเสี่ยง เพราะเราไม่รู้ว่าหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรกันแน่
ทั้งที่เราก็คิดว่ามันจะดีอย่างนั้นตลอดไป
แต่จริงๆแล้วก็ต้องทำใจยอมรับไว้ก่อนว่าที่เลือกทำ...
ทำเพื่อปัจจุบัน ให้มันเป็นความสุขในปัจจุบันนะ
และคงคาดหวังอะไรไม่ได้ว่าต่อไปมันจะเหมือนเดิม

เราคงต้องคิดไว้เลยด้วยซ้ำว่า ต่อไปมันจะเปลี่ยน ต่อไปมันจะไม่เหมือนเดิม
ถ้าเป็นแบบนั้นจะทนได้รึเปล่า?
แต่หากเสี่ยงที่จะรู้สึกดี ที่จะมีความสุขในปัจจุบัน ก็เท่ากับทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่อไป

ทำไงได้ล่ะ??

หรือจะปิดกั้นตัวเองเอาไว้แต่แรก

เพราะยังไงสุดท้ายเราก็ครอบครองความรู้สึกดีๆ สิ่งดีๆที่ผ่านเข้ามาไว้ไม่ได้ตลอด
ได้แค่ผ่านมาผ่านไปแล้วก็กลับมาใหม่แล้วก็จากไป
เพราะสิ่งที่เจอไม่ใช่สิ่งที่จะอยู่กับเราตลอดไป
เพราะคนที่เจอไม่ใช่คนสุดท้ายที่ใช่
เพราะยังไม่ถึงเวลานั้น

เบื่อที่จะคิดมาก
เบื่อที่ต้องคอยรักษาความสัมพันธ์หรือสิ่งดีๆบางอย่าง

.......ในเมื่อบางครั้งสุดท้ายก็เป็นเราคนเดียวที่พยายามรักษามันเอาไว้.......

บางสิ่งบางอย่างที่ผ่านมา มันอาจเป็นได้แค่เพียงวูบหนึ่งของความรู้สึก

ผ่านมาและผ่านไปกลายเป็นแค่ความทรงจำเสี้ยวหนึ่ง

โดยที่วันนี้ไม่มีมัน ไม่มีความรู้สึก และสิ่งต่างๆทีได้เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเหลืออยู่
ทั้งๆที่เราไม่ได้คาดคิด ไม่ทันระวังตัวว่า... บางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปจะเปลี่ยนแปลงและหายไปเร็วแบบนี้...เร็วกว่าทีคิด

ทั้งๆที่เราคิดว่าเรากำลังมีความสุขอยู่แท้ๆ
ทั้งๆที่เราไม่ได้เรียกร้องคาดหวังไขว่คว้าอะไรที่ไกลเกินกว่านั้น
แค่คิดว่าพอใจกับจุดที่เคยยืนอยู่
แต่...บางครั้งก็ไม่มีใครเข้าข้างเราแม้แต่โชคชะตา


สุดท้ายสิ่งที่คิดว่าเป็นความสุขก็หลุดลอยหายไป
สุดท้ายก็เหมือนแค่ฝันไปแค่ได้ฝันประหลาดๆ ได้เจอบางสิ่งที่ไม่เคยเจอ
...ที่เราอยากให้เป็นความจริงเรื่อยไป...แต่แล้วก็ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้น

เมื่อเช้าของวันใหม่และความเป็นจริงมาถึง...
ตื่นแล้วถึงรู้ว่า...
สิ่งดีๆที่ผ่านมาคงเป็นได้แค่เพียง 'วูบหนึ่งของความทรงจำ'

ถ้าจะให้ลองรักใครสักคน...ก็คงลำบาก
ถ้าจะให้มอบหัวใจให้ใครก็คงยาก
ถ้าไม่รักไปเอง เผลอใจไปเอง ก็คงต้องขอเวลาและการกระทำพิสูจน์หัวใจใครอีกคน...

ก็วันนี้...หัวใจฉีดวัคซีนและมีเกราะหุ้มเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง
ไม่มีวันเทใจให้ใครทั้งใจได้อีก
นอกจากจะใช้เวลาและความอดทนของใครอีกคนฝ่าด่านหัวใจดวงนี้

สำหรับเรา...ความรักไม่ใช่เรื่องตลกหรือเกม ที่จะเอามาเล่นกับหัวใจของใครบางคน
(โดยเฉพาะของผู้หญิง) ในเมื่อยังไม่พร้อม ยังไม่ได้รักทั้งใจ ก็อย่าเพิ่งใจร้อนเร่งรัดให้เค้ารักตอบ
อย่าพยายามทำให้เค้ารักหมดใจ

เพราะการจีบบางครั้งมันเป็นแค่เกม ที่จริงๆแล้วไม่สนุกเท่าไร...
ดูใจตัวเองก่อนว่ารักเค้าพอรึเปล่า มั่นคงพอมั้ย...ก่อนจะทำอะไร...จะดีกว่า

ช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมาสถานะของใครบางคนในหัวใจของเราได้เปลี่ยนแปลงไป
จากที่นั่งอยู่กลางใจก็ออกมาอยู่ริมหัวใจพอ เป็นแค่คนให้ห่วงใย แคร์ และ คิดถึงแบบหลวมๆ พอดีๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานะของเราสำหรับเค้าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน กลายเป็นเพื่อนแบบไหน...
เรามั่นใจมากขึ้นกับความสัมพันธ์ ไม่กลัวว่า...จะถูกลืม
ลึกๆอาจจะกลัวอยู่บ้างว่าถ้าวันใดบางคนที่เรารุสึกผูกพันหายไปนานๆ ไม่โทรมา จะเหมือนขาดอะไรไป...
แต่...ถ้ามันจะเป็นแบบนั้น ก็คงทำอะไรไม่ได้
และให้มันเป็นไปแบบนั้นเพราะเราต่างมีหนทางของตัวเอง
และที่สำคัญ...ไม่ว่าวันไหนๆ เราก็ได้เป็นคนที่อยู่ในความทรงจำของกันและกัน

แล้วก็ถึงเวลา ที่ชีวิตจะต้องเดินต่อไปในอีกก้าวหนึ่ง

จุดเปลี่ยนชีวิตได้มาถึง ย่างกรายเข้ามาให้เห็นชัดขึ้นๆ
จากที่มันเป็นภาพอนาคตอันไกลตัว วันนี้ค่อยๆใกล้ความเป็นจริงทุกขณะ
และอีกไม่นานมันจะเป็นปัจจุบัน...
ถึงวันนี้ยอมรับว่าเดินมาไกลเกินตัว......................ไกลเกินไป

...ทุกเส้นทางที่ได้เดินมา เดินผ่านอะไรมามากมาย
วกไปวนมาแล้วที่สุด...ก็คล้ายกับว่า...เราได้กลับมาที่เก่า

มีหลงทางไปบางครั้ง เลือกเส้นผิด ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะหาทางออกเจอ...
และไม่เคย...ออกนอกลู่นอกทางเลย
ถึงจะเสียเวลา แต่สิ่งต่างๆที่ได้มาถือว่าคุ้มค่าที่สุด

จนวันนี้...วันที่มาเจอเส้นทางใหม่ วันที่หยุดยืนและหันไปมองด้านหลัง
ทบทวนภาพวันเวลาและเส้นทางที่ได้เดินผ่านมา
ทอดถอนใจให้อดีตและความเหน็ดเหนื่อยในวันเก่าๆทุกวัน
แล้วมองกลับไปข้างหน้าอิ่มเอมใจกับสิ่งที่ได้ค้นพบ...
เรากำลังจะออกจากเส้นทางสายเก่า...

คิดว่า "พร้อมแล้ว"...มาถึงจุดนี้
จุดที่ยืนอยู่และมั่นใจว่าหนทางที่ยังดูอีกยาวไกลเบื้องหน้านี้จะเป็นเส้นทางสายหลัก
ที่เราจะเดินไปอย่างมั่นคง...มั่นคงที่สุด และเป็นเส้นทางที่เลือกเดินแล้ว

และวันนี้...ก็ถึงเวลาที่จะต้องเลิกวิ่งตามเป็นเงาใครบางคนสักที
ที่ผ่านมาก็รู้สึกว่าได้เป็นเพียงแค่ "เงา"...
รู้ว่ามันมีสายใยบางๆพันผูกเราเอาไว้ ถึงแม้มันจะบางมาก
ยังไงทุกสิ่งที่ได้มีให้กัน วันเวลาน้อยนิดที่ได้แบ่งปันกันและกัน
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การหยอกล้อ น้ำใจที่แลกเปลี่ยนกัน
หลายๆสิ่งเพียงเล็กน้อยที่เราให้ความสำคัญ
มันมีความหมายต่อวันเวลาที่ผ่านมา
ถ้ามันจะหยุดเพียงนั้น... ก็คงไม่เสียใจ

แม้ว่าหลายวันที่ผ่านมา จะคาดคั้นให้มันยังคงดำเนินต่อไปแบบนั้น
ให้สิ่งที่เกิดขึ้นช่วงปลายเดือนธันวาจนข้ามปีใหม่ไม่ใช่สิ่งลวงตา
แม้จะอยากให้มันเป็นแบบนั้นตลอดไป
แต่วันนี้...ยอมรับว่า ที่ผ่านมาดีที่สุดแล้วที่มันได้เกิดขึ้น
และจบลงเพียงนั้นให้มันเป็นภาพความทรงจำที่สวยงามแค่นั้นพอ

และลืมมันไปว่าเวลานั้นกับปัจจุบันมันเชื่อมต่อกัน
และมีความไม่แน่นอนเข้ามาเล่นบทบาทอยู่

ความไม่แน่นอนในการกระทำของใครบางคน...

วันนี้ ถึงเวลาต้องเดินถอยออกมา ทิ้งใครบางคนไว้ที่เดิม
ไม่เป็นเงาตามตัวเธออีกต่อไป...
ขอบคุณในทุกสิ่งที่ดีๆวันนี้พร้อมที่จะเดินบนหนทางชีวิตใหม่
พร้อมรับสิ่งใหม่ๆที่ไม่มีเธอร่วมเดินอยู่

About this blog

บทความเรื่อยเปื่อยบ้าง
มีสาระบ้าง
ส่วนตัวเกินไปบ้าง
เป็นไปตามอารมณ์เพ้อๆ
เตามอารมณ์ที่อดจะระบายออกมาไม่ได้
แทบทุกตัวอักษร ใช้ความรู้สึกและอารมณ์อ่อนไหวนำทาง

~My PrOFiLe*~

My photo
Kanchanaburi, Thailand
ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักการเขียน แต่เรียนหมอ(เพราะรักที่จะเป็นหมอมากกว่าไงคะ) ริจะใช้คำสละสลวยแต่ไม่เก่งภาษาไทย เป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรโดดเด่นมากมาย คุยได้แต่ไม่เก่ง ไม่ค่อยเป็นหัวหน้าใคร ที่พอจะดีบ้างก็คือ เป็นคนใจดีและอบอุ่น (มีคนชอบบอก) พิมพ์เร็ว ทักษะภาษาอังกฤษขั้น advanced นอกนั้นก็...เป็นคนเพ้อฝัน อ่อนไหว (และแอบอ่อนหวาน) คิดมากบ้างอะไรบ้าง อยากทำอาหารเก่งกว่านี้